2006/Sep/24

สวัสดีค่ะ ติดค้างเอาไว้หลายวันว่าจะนำนิทานดอกลั่นทมมาเล่าสู่กันฟัง แต่ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ก็เกิดเหตุการณ์ อะไรหลายๆ อย่าง ที่ทำให้ไม่ได้จังหวะนำมาลงซักที ก็เลยต้องชลอๆ ไว้ ส่วนเรื่องราวในเอนทรี่ก่อนมานั่งนึกย้อนในตอนนี้ก็รู้สึกเสียใจและผิดหวังในตัวเองจังค่ะ เหมือนทำเรื่องที่มันไม่น่าจะเป็นเรื่องให้มันใหญ่โต ทำตัวเป็นนางมารร้ายซะงั้นแหล่ะ ซึ่งที่จริงเราควรจะภูมิใจต่างหากที่มีคนเห็นคุณค่าในงานที่เราทำมากขนาดนี้ (อันนี้พูดจริงๆ นะคะไม่ได้ประชดนะ) แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ดิฉันคิดอะไรออกอย่างนึงแล้วค่ะ ตอนนี้ดิฉันได้ชื่อใหม่สำหรับที่จะใช้ในปีหน้าแล้วล่ะ จากปีก่อน "หงส์น้อย" ปีนี้ "หงส์ฟ้า" ส่วนปีหน้าก็จะเป็น "นางมารห่านฟ้า" ง่า ! เหมาะสมๆ ดีนะคะ อิอิ

ก่อนที่จะเล่านิทานดอกลั่นทม ก็อยากจะขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับ "คุณ Plz." ผู้ที่รักและชอบดอกลั่นทมเช่นเดียวกันจนส่งนิทานตำนานเรื่องนี้มาให้ และขอขอบคุณ "คุณนล" สำหรับเพลงเพราะๆ เพลงนี้ ที่ดิฉันพึ่งจะเคยได้ยินครั้งแรก แล้วก็เกิดความรู้สึกชอบในทันที เมื่อฟังไปฟังมา ปรากฏว่ายังเข้ากับนิทานในวันนี้ได้พอดีอีกด้วย ขอบคุณมากนะคะ ส่วนใครที่อยากรู้ว่า คุณ Plz. กับคุณนล เป็นใคร ก็ทิ้งเบอร์โทรฯ เอาไว้แล้วดิฉันจะโทรฯกลับไปบอก(ขอเฉพาะหนุ่มๆ ที่อายุไม่เกิน 25 ปี นะคะดิฉันไม่ชอบคุยกับสาวๆ ฮา) สำหรับนิทานเรื่องนี้อาจจะมีหลายๆ คนเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว แต่ขอรับรองค่ะว่าไปอ่านที่ไหนก็ไม่ได้บรรยากาศเหมือนกับที่นี่ (โฆษณาตัวเองประจำ อิอิ) จะว่าไปแล้วเจ้าดอกไม้ชนิดนี้ก็ตรงกับคอนเซ็ปต์ของดิฉันพอดีเหมือนกันนะคะ คือดูแล้วสวยเย็นเห็นอร่ามนภาแจ่มนวลดูงาม(เอ๊ะ! นั่นมันดวงจันทร์นี่)ไม่ช่ายย!! ต้องบอกว่าดูแล้ว อ่อนหวานสวยเย็นและอ่อนโยนแต่ทว่ามีพิษ โห..น่ากลัวจัง หุหุ นี่แหล่ะ ดิฉันเลยล่ะ (555 จริงเหรอ? ) แต่พิษของมันก็กลับนำมาใช้ทำยาเพื่อรักษาโรคบางอย่างได้เหมือนกันนะคะ พูดมากจนหลายคนคงเริ่มรำคาญ แหะๆ


มีเรื่องราวเล่าต่อ ๆ กันมาว่า แต่ก่อนนี้ ดอกลั่นทมมีเพียงสีขาวบริสุทธิ์
และเป็นที่รักยิ่งของเทพแห่งแสงจันทร์ ทุกคืนที่แสงจันทร์สาดส่อง
ดอกลั่นทมจะอวลกลิ่นหอมขจรไกล มีเทพแห่งแสงจันทร์เคียงใกล้อยู่ไม่ห่าง
แต่เมื่อถึงคืนแรมอันไร้จันทร์ ดอกลั่นทม และเทพแห่งแสงจันทร์ก็โศกเศร้า
ทุกคราวที่ต้องพรากจากกัน

จนในคืนหนึ่ง เทพแห่งแสงจันทร์จึงเอ่ยชวนให้ดอกลั่นทมไปอยู่ด้วยกันบนดวงจันทร์
แต่ ณ ที่นั้น ไม่มีหลากสีสันเช่นบนพื้นโลก
ทุกสิ่งล้วนอาบน้ำค้างแสงจันทร์จนเป็นสีเหลืองเรืองรอง


" ก่อนอื่นต้องใช้น้ำค้างแสงจันทร์ระบายให้ทั่วกลีบดอก พุ่มใบและลำต้นของเธอเสียก่อน "
เทพแห่งแสงจันทร์กล่าว แต่ทำอย่างไรจึงจะนำน้ำค้างแสงจันทร์ลงมายังพื้นดินได้
ทันใดนั้นเทพแสงจันทร์พลันเหลือบไปเห็นดอกไม้สีขาวอีกชนิดหนึ่งซึ่งแย้มบานอยู่ใกล้ต้นลั่นทม
" กรวยของดอกไม้นี้ลึกพอที่จะใช้ใส่น้ำค้างได้ "
เทพแห่งแสงจันทร์กล่าวอย่างยินดี


ดังนั้นเทพแห่งแสงจันทร์จึงนำดอกไม้สีขาวกลับไปยังดวงจันทร์เพื่อใช้บรรจุหยาดน้ำค้าง
เมื่อกลับมาที่ต้นลั่นทมอีกครั้ง
เทพแห่งแสงจันทร์ใช้พู่ดอกหญ้าจุ่มน้ำค้างแสงจันทร์จากกรวยดอกไม้
และเริ่มระบายลงที่กึ่งกลางดอกลั่นทมอย่างแผ่วเบา
ยังผลให้ส่วนกลางของดอกไม้กลายเป็นสีเหลืองสดใส
แต่ทว่าเมื่อเทพแห่งแสงจันทร์จุ่มพู่กันลงในกรวยดอกไม้เป็นครั้งที่สาม
เขาพบว่าในนั้นไม่มีน้ำค้างแสงจันทร์หลงเหลืออยู่เลย
และดอกไม้แต่เดิมที่เคยเป็นสีขาวบริสุทธิ์
ก็กลับกลายเป็นสีเหลืองสดใสไปทั้งดอก


" ดอกไม้ที่ร้ายกาจขโมยน้ำค้างแสงจันทร์ไปเสียหมด "
เทพแห่งแสงจันทร์ร้องอย่างโกรธแค้น
" ฉันไม่ได้ตั้งใจและไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรด้วย "
ดอกไม้สีเหลืองปฏิเสธ แต่เทพแห่งดวงจันทร์ไม่รับฟัง
ผลุนผลันกลับไปยังดวงจันทร์อย่างรีบร้อน
มีเวลาเพียงแค่คืนนี้เท่านั้น ที่น้ำค้างจะเปลี่ยนสีของดอกลั่นทมได้
เมื่อใดที่แสงอาทิตย์สาดมาต้อง
ต่อให้ใช้น้ำค้างแสงจันทร์มากเท่าไรก็ไม่อาจเปลี่ยนสีของดอกไม้ได้อีก


เทพแห่งแสงจันทร์กลับมาหาดอกลั่นทมอีกครั้ง ด้วยความโศกเศร้า
ดวงดาวที่เหนื่อยล้าดื่มกินน้ำค้างแสงจันทร์หมดสิ้น
ไม่เหลือน้ำค้างแม้เพียงสักหยดเดียวสำหรับดอกลั่นทม ก่อนรุ่งอรุณ
ทั้งสองลาจากกันด้วยความเศร้าระทม แต่ต่างให้สัญญาว่าจะมั่นคงกันตลอดไป


ดอกไม้สีขาวรู้สึกละอายใจ ที่เป็นเหตุแห่งความเศร้านี้
จนไม่กล้าบานรับแสงจันทร์ได้เหมือนอย่างเคย มันแย้มกลีบบานเวลาเช้าตรู่
และนอนหลับตลอดคืนอันยาวนาน จนกลายเป็นดอกไม้บานของเวลาเช้าในที่สุด
แต่สำหรับดอกลั่นทม ยังคงเศร้าใจอยู่ไม่คลาย
สีเหลืองของน้ำค้างแสงจันทร์ที่ระบายไว้
คอยย้ำเตือนให้มันระลึกถึงเรื่องราวอันแสนเศร้านี้อยู่เสมอ ๆ
ลั่นทมจึงกลายเป็นดอกไม้แห่งความเศร้าระทมตั้งแต่นั้นมา


สำหรับดิฉันแล้ว เชื่อค่ะว่าความรักและความห่วงใยมันจะส่งผ่านถึงกันได้เสมอ ไม่ว่าระยะทางจะห่างไกลแสนไกลซักแค่ไหน ขอเพียงแต่ "ผู้ให้" ส่งออกไปด้วยความจริงใจ ส่วน "ผู้รับ" ก็เปิดใจ แล้วยิ้มรับไว้ด้วยความยินดี เพียงแค่นี้ก็จะไม่มีอะไรที่สูญหายไประหว่างระยะทางและกาลเวลา


ป.ล. ขอมอบความห่วงใยและกำลังใจให้เป็นพิเศษสำหรับใครที่กำลังเผชิญกับความรู้สึกแย่ๆ จากคนเพียงแค่บางพวกที่อาจจะไม่หวังดีกับเรา เป็นธรรมดาของมนุษย์ ที่มีคนรักก็ย่อมจะมีคนเกลียด แต่ดิฉันเชื่อว่าคนที่รักและหวังดีกับคุณ มีมากมายหลายเท่ากว่าคนที่คิดไม่ดีแบบนั้น อย่าลืมนำแรงใจจากคนที่รักและหวังดีกับคุณเหล่านี้ กลับมาเป็นพลังเพื่อก้าวเดินต่อไป และคงความเชื่อมั่นในสิ่งที่กำลังทำอยู่เอาไว้อย่าท้อถอย เพราะคุณอาจจะกำลังเป็นแรงบันดาลใจในการทำสิ่งดีๆ ของใครอีกหลายๆ คนอยู่ โดยที่คุณไม่รู้ตัวก็เป็นได้ และไม่ว่ายังไงคุณก็ไม่ได้อยู่เพียงแค่ตัวคนเดียว แต่คุณจะยังคงมีกำลังใจที่พร้อมมอบให้เสมอจากมุมเล็กๆ ตรงนี้อยู่อีกหนึ่งคนค่ะ


อ๊ากกกส์!!!!! วันนี้ยาวอีกแล้วง่ะ ช่วยด้วยค่ะ...รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ดิฉันจะเปลี่ยนไป!! ว่าแต่มีใครเห็นคุณอ๋ำจัง (Hope Or Pain) เพื่อนดิฉันบ้างมั๊ยคะ? เขียนยาวๆ ทีไรแล้วคิดถึงเค้าทุกที...

หงส์ฟ้า

ทุ่งอ้อ - สาว สาว สาว

ต้นอ้อคงล้อลมไสว พลิ้วใบโอนอ่อนไหวหวาน
ทิวสนลู่ลมเบิกบาน...จะมีวันกลับมาเห็นหรือไร
เคย..เด็ดดอกหญ้ามาฝาก เก็บความรักมาร้อยมาลัย
เก็บความคิดถึงมาให้...อยู่ไหนไกลกันนักเออ

เก็บดอกไม้ลอยน้ำ ส่งตามความรักมาให้
ผ่านป่านาเขากว้างไกล ฝากใจไว้ที่ดวงดาว
คนดี..อย่าร้องไห้ มองไปมองไกลที่ดารา
ที่นั่น...มีฉันมองมา..ด้วยดวงตาห่วงไยนิรันดร์

เก็บดอกไม้ลอยน้ำ ส่งตามความรักมาให้
ผ่านป่านาเขากว้างไกล ฝากใจไว้ที่ดวงดาว
คนดี..อย่าร้องไห้ มองไปมองไกลที่ดารา
ที่นั่น...มีฉันมองมา...ด้วยดวงตาห่วงไยนิรันดร์